โกลบเทคในกลุ่มบริษัทซีดีจี ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องรายได้ 200 ล้านบาทปีนี้ เผยบริการทุกกลุ่มมีแนวโน้มเติบโตสดใส คาดบริการ Map for Navigation เติบโต 12.5% เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์นำ Technology Telematics แผนที่นำทางเข้ามาเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในรถยนต์หลาย ๆ รุ่น นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับ Mobileye ผู้นำทางด้านระบบ ADAS (Advanced DriverAssistance Systems) จากอิสราเอล รุกตลาดรถขนส่งเน้นด้านความปลอดภัย ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ด้านบริการ Online Map Service เติบโต 15จากการนำข้อมูลด้านโลเคชั่นมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ในเชิงธุรกิจมากขึ้น และยังสามารถขยายฐานผู้ใช้งานจากการใช้งานที่เริ่มกระจายตัวมาถึงองค์กรระดับกลางและเล็ก พร้อมนำเทคโนโลยี IoT ช่วยหน่วยงานราชการและเอกชนพัฒนาระบบภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร โดยร่วมมือกับ บริษัท Daliworks ผู้นำทางด้านการบริการแพลตฟอร์มด้าน IoT ในประเทศเกาหลีใต้ นำแฟลตฟอร์มThingPlus มาให้บริการในประเทศไทย

 

นายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด หนึ่งในบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทซีดีจี ซึ่งให้บริการข้อมูลแผนที่(Location Content Provider) ในระดับภูมิภาค มายาวนานกว่า 20 ปี โดยพัฒนาและให้บริการข้อมูลแผนที่ดิจิตอลและข้อมูลอ้างอิงพิกัดตำแหน่งครบทุกรูปแบบ ทั้งการออกแบบและพัฒนาข้อมูลแผนที่ฐาน (Base map) แผนที่ระบบนำทาง (Navigation) และข้อมูลอ้างอิงพิกัดตำแหน่ง (Dynamic location content) และโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับเทเลเมติกส์ (Telematics) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการเดินทาง เช่น ระบบนำทางในรถยนต์ ระบบรายงานสภาพจราจร ระบบการติดตามยานพาหนะ เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าภาคธุรกิจ (B2B) ด้วยจุดแข็งที่มีข้อมูลพื้นฐานที่ละเอียดครบถ้วนถูกต้อง และครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทยมากที่สุด จากทีมงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในเทคโนโลยีการสำรวจและผลิตข้อมูลแผนที่ เทคโนโลยีระบบจีไอเอส (Geographic Information System: GIS) และระบบการนำทางรถยนต์ (Car Navigation System) เพื่อลูกค้าภาคธุรกิจสามารถนำประโยชน์จากข้อมูลแผนที่สำหรับการวางแผนและบริหารจัดการทั้งในชีวิตประจำวันและทางด้านธุรกิจอย่างสูงสุด

อย่างไรก็ดีในปีนี้โกลบเทค ตั้งเป้ามีรายได้รวม 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 160 ล้านบาท จาก บริการระบบนำทาง (Navigation ปีนี้คาดว่าจะเติบโต 12.5% ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากผู้ประกอบการรถยนต์นำเอา Technology telematics โดยใส่ระบบแผนที่นำทางเข้าไปใช้งานเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในรถยนต์รุ่นต่าง ๆ เพื่อเพิ่มจุดขายและช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ผู้ใช้ และล่าสุดยังได้ร่วมมือกับ Mobileye ผู้นำทางด้านระบบ ADAS (Advanced DriverAssistance Systems) จากอิสราเอล ต่อยอดระบบนำทางเพิ่มความสามารถในการดูแลความปลอดภัยด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ด้วยจุดเด่นการใช้กล้องตรวจจับการขับรถที่สุ่มเสี่ยงต่ออันตราย เช่น การขับรถชิดคันหน้าในระยะเสี่ยง (Forward Collision Warning – FCW) หรือ การเปลี่ยนเลนกระทันหัน (Lane Departure Warning – LDW)  จับกลุ่มธุรกิจขนส่งและยานยนต์  

 

นอกจากนี้บริการ Map for GIS : Geographic information System technology ที่ปัจจุบันมีการนำข้อมูลด้าน Location มาประกอบการวิเคราะห์ในเชิงธุรกิจมากขึ้น GIS เป็นเทคโนโลยีที่เป็นที่รู้จักมากขึ้น เกิดการขยายฐานผู้ใช้งานจากเดิมที่มีการนำไปใช้งานเฉพาะกลุ่มบริษัทหรือองค์กรใหญ่ก็เริ่มกระจายตัวมาถึงองค์กรระดับกลางถึงเล็กมากขึ้นในปัจจุบัน   รวมถึงอีก 1 บริการที่ตอบโจทย์ในยุค Cloud Technology “Online Map service ที่เป็นการนำฟีจเจอร์ในแผนที่ออนไลน์มาใช้ประโยชน์กับ SMEs มากขึ้น จากนโยบาย 4.0 และธุรกิจ E-Commerce ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย จำเป็นจะต้องใช้แผนที่เข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า เพื่อสร้างความแตกต่างของการบริการในภาวะการแข่งขันรุนแรงในปัจจุบัน ประกอบกับจากนโยบาย Thailand 4.0, เขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และธุรกิจ E-Commerce ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย จำเป็นจะต้องใช้แผนที่เข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า เพื่อสร้างความแตกต่างของการบริการในภาวะการแข่งขันรุนแรงในปัจจุบัน คาดโตรวม 15%  ในกลุ่มนี้

 

​“โปรดักส์ที่มีให้บริการอยู่ของโกลบเทคยังมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งการจัดทำแผนที่ประเทศไทยอย่างละเอียดมากที่สุด และยังคงเดินหน้าพัฒนาเพิ่มเติมบริการที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง และบริษัทยังมองหาเทคโนโลยีใหม่ที่มีแนวโน้มตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งขณะนี้ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี  loT” นายวิชัยกล่าว

นายวิชัย กล่าวต่อว่า Gartner เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้งาน IoT ว่า ภายในปี 2020 จะมีการเชื่อมโยงอุปกรณ์เข้ากับระบบ Internet ถึง 2 หมื่นล้านชิ้นทั่วโลก ซึ่งจะก่อให้เกิดข้อมูลจากอุปกรณ์เหล่านี้ถึง 20 zettabytes และก่อให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจที่เดี่ยวกับ Hardware IoT ถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ ในส่วนของประเทศไทยมีการคาดการณ์โดยบริษัท Frost & Sullivan ว่าอาจสร้างเม็ดเงินประมาณ 34,000 ล้านบาท ภายในปี 2020 ด้วยการเจริญเติบโตของการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปีและในแต่ละอุตสาหกรรม และสำนักงานกสทช.ได้เตรียมความพร้อมรองรับบริการ IoT ในประเทศไทยด้วยการวางรากฐานการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตทั้งแบบไร้สายและทางสายแบบไร้สาย

ล่าสุดโกลบเทคได้ร่วมมือกับบริษัท Daliworks ผู้นำทางด้านการบริการแพลตฟอร์มด้าน IoT ในประเทศเกาหลีใต้ นำแฟลตฟอร์ม ThingPlus ใช้ในการจัดการข้อมูล IoT บนคลาวน์แบบเรียลไทม์ มีค่าใช้จ่ายไม่สูง และขยายความสามารถในการรองรับอุปกรณ์ได้ตามความต้องการ และยังได้ถูกใช้เป็น Platform IoT มาตรฐานของ SK Telecom ยักษ์ใหญ่วงการคมนาคมและ ICT ในเกาหลีใต้ ถือเป็นการการันตีว่า ThingPlus ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถใช้ได้จริงและเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศถูกใช้ในหลายโครงการของเกาหลีใต้และประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม อิหร่าน แอฟริกาใต้ อังกฤษ อินโดนีเซีย และบราซิล   และทีมนักพัฒนา ThingPlus ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้าน IoT ที่พัฒนาแพลตฟอร์มนี้มากว่า 5 ปี โกลบเทคคาดหวังว่าในไทย ThingPlus จะทำให้บริษัท หรือหน่วยงานต่าง ๆ สามารถรวบรวมเอาข้อมูล Big Data จากอุปกรณ์ IoT มาวิเคราะห์ หรือ รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดหรืออาจจะเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อการทำงาน  โดยจะให้บริการในประเทศไทยภายใต้ชื่อบริการ NOSTRA Thing+ IoT Platform

อย่างไรก็ดี NOSTRA Thing+ IoT Platform พร้อมให้บริการแล้วสำหรับทุกธุรกิจในประเทศไทย และในปีนี้ มีแผนรุกตลาดในกลุ่ม  Real-estate ,Smart warehouse และ Smart Farm  ตั้งเป้ามีสัดส่วนรายได้รวม (share revenue) ที่ 5%

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  Business Solutions ของ  NOSTRA ได้ที่ : https://www.nostramap.com/business/ 

2018-08-17T10:08:12+00:00