Hybrid Workplace: the future of work เทรนด์ใหม่ของการทำงานในปี 2565

การทำงานที่เน้นการปรับทำงานแนวใหม่ ที่ผสมผสานการเข้าออฟฟิต ทำงานที่บ้าน หรือจะที่ไหนก็ได้ เพื่อให้พนักงานเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด ด้วยการใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อการทำงาน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับพนักงานได้มีทางเลือกในการทำงานมากขึ้น

Hybrid Workplace คืออะไร

Hybrid Workplace เป็นรูปแบบการทำงานที่ต่อยอดมาจาก Work from Home ที่ให้พนักงานทำงานจากบ้าน แต่การทำงานแบบไฮบริดจะแตกต่างออกไปตรงที่การทำงานแบบไฮบริดเป็นแบบผสมผสานที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้พนักงานสามารถทำงานได้จากที่บ้าน ออฟฟิต หรือที่ใดก็ได้ที่เหมาะกับลักษณะการทำงาน ไลฟ์สไตล์ และชีวิตส่วนตัวมากที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมต่อการทำงานให้สะดวกรวดเร็ว เข้าถึงข้อมูลได้อย่างปลอดภัย ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพเหมือนกันกับการทำงานที่อยู่ในออฟฟิต  

        ออฟฟิต  = ศูนย์บัญชาการ ในรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด ออฟฟิต ยังเป็นศูนย์กลางให้พนักงานสามารถเข้ามารวมตัวแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วางแผนงานร่วมกัน แต่ต้องคำนึงถึงการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าสูงสุด มีการลดขนาดพื้นที่ออฟฟิต เพื่อประหยัดต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ได้อีกด้วย รวมถึงการนำเทคโนโลยี และโซลูชันที่ทันสมัยมาใช้เพื่อทำให้ธุรกิจคล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำไมต้อง Hybrid Workplace 

ผลวิจัยจากบริษัท “Adecco” สำรวจจากพนักงานของบริษัททั่วโลกว่า 53% ต้องการรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด ซึ่งสามารถเลือกทำงานทางไกลได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของวันทำงานปกติ โดยพนักงาน 71% มีอุปกรณ์ครบที่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้การทำงานทางไกลมีประสิทธิภาพมากขึ้นนอกจากนี้ผลการสำรวจของ “GlobalData” ก็พบว่าแนวโน้มหนึ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก คือการที่พนักงานบริษัทต้องการความคล่องตัวในเรื่องสถานที่ทำงานเพื่อให้สามารถรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย โดยส่วนใหญ่ต้องการรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid ผสมผสานระหว่างการทำงานจากภายนอกและภายในออฟฟิต  ซึ่งพนักงานและผู้บริหารมีความยืดหยุ่นในการทำงานและมีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานมากขึ้น  โดยในเอเชียเองก็มีผลยืนยันเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เช่นกัน “นายจ้างผู้คิดเรื่องการปฏิบัตงานใหม่” (EY Work Reimagined Employer Survey) ประจำปี พ.ศ. 2564 พบว่ามีองค์กร 84% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานให้เป็นแบบไฮบริดในระดับปานกลางถึงระดับสูง และส่งเสริมวิธีการปฏิบัติงานแบบไฮบริดอย่างแข็งขันเพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานที่เก่งมีความสามารถไว้ การสำรวจเดียวกันนี้ยังระบุด้วยว่าพนักงานชอบความยืดหยุ่นในสถานที่และเวลาทำงาน โดยการปฏิบัติงานแบบผสมจำนวนมากที่ระบุนั้นจะช่วยเพิ่มผลิตภาพและความคิดสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

โดยบริษัทใหญ่ๆ ในยุโรป เช่น “Apple” ให้พนักงานเข้าออฟฟิต  3 วันต่อสัปดาห์ และทำงานจากที่ไหนก็ได้ 2 สัปดาห์ต่อปี โดย Apple ให้เหตุผลว่าเพื่อให้พนักงานได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว หรือคนที่คุณรักมากขึ้น และเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน หรือเหตุผลอื่นๆ ของแต่ละบุคคล ซึ่งการใช้สิทธิ์นี้ พนักงานต้องขออนุมัติจากผู้จัดการก่อน

“Google” เตรียมให้พนักงานกลับมาทำงาน พร้อมทั้งปรับให้เป็น Hybrid Working โดยพนักงาน 60% ทำงานที่ออฟฟิต  2 – 3 วันต่อสัปดาห์ ขณะที่ 20% สามารถย้ายไปทำงานสำนักงานสาขาของ Google ได้ และอีก 20% ของพนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ถาวร

3 สิ่งที่ควรต้องคำนึงเมื่อจัดการทำงานแบบ Hybrid Workplace  

  1. ความห่างของหัวหน้า ลูกน้อง และความสัมพันธ์ระหว่างทีม  — เมื่อต้องทำงานโดยอยู่กันคนละที่ ทำให้ทุกคนเข้ามาเจอกันเฉพาะในเวลาที่ต้องประสานงานกันเท่านั้น ไม่มีโอกาสได้สังเกตพฤติกรรมกันแบบตัวต่อตัวจนอาจทำให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมาได้ เพราะเหล่าลูกน้องอาจมีความรู้สึกว่าไม่มีคนมาคอยสนับสนุนหรือ แนะแนวทางในการทำงานให้กับพวกเขา แถมการทำงานทางไกลแบบนี้พนักงานอาจมีความรู้สึกถูกใช้งานหนัก เพื่อให้ความสัมพันธ์ภายในหน่วยงานควรมีการจัดกิจกรรมเพื่อให้ทุกคนมาเจอหน้ากันเพื่อที่จะรักษาสายสัมพันธ์ของทุกเอาไว้
  2. ใส่ใจความต้องการของพนักงาน อ้างอิงจากรายงานของ Microsoft  46% บอกว่าหัวหน้าไม่ช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเดินทางไกล และ 37% บอกว่า องค์กรถามพวกเขาเยอะเกินไป เพราะเกิดจากความกังวลในเรื่องความ Productive ในการทำงานของลูกน้อง ซึ่งทำให้ลูกน้องเกิดความไม่สบายใจ ดังนั้น หัวหน้าควรศึกษาความต้องการและความสามารถของพนักงานก่อนที่จะสร้าง Hybrid Workplace
  3. Hybrid Working อาจทำให้หลงกลว่า Productive เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าในปีที่ผ่านมาเราจะเห็นสถิติว่ามีการประชุมออนไลน์เพิ่มขึ้น ระยะการประชุมที่นานขึ้น รวมไปถึงการพูดคุยผ่านทางแซท และอีเมล์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้หลายคนรู้สึกว่ากำลังจะ Overload เกินไป หมดพลังงานมากกว่าที่เคย เพียงเพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าพนักงานขององค์กรกำลังทำให้ตัวเองอยู่ในโซนของความเป็น Productive ดูเหมือเป็นเทรนที่ทุกคนกำลังพยายาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเห็นผลที่ทำให้ Work Life Balance ของเหล่าพนักงานลดลง

เครื่องมือสนับสนุนการทำ Hybrid Workplace ไปเป็นอย่างราบรื่น และ Productive มีอะไรบ้าง 

1.โปรแกรมช่วยในการสื่อสาร

Line – โปรแกรมพื้นฐานที่สามารถพูดคุยได้ตลอดเวลา  

2.โปรแกรมช่วยในการทำงาน

Google Drive – เป็นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ รวมถึงยังมี สเปรดชีท ออนไลน์ที่สามารถให้ทุกคนในทีมมาแชร์ไอเดียร่วมกัน

Miro — เป็นไวท์บอร์ดออนไลน์ที่รวดเร็วฟรีและใช้งานง่ายที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้ทํางานร่วมกับผู้อื่นได้ทุกที่ทุกเวลา

3.โปรแกรมช่วยในการประชุม

WebEx – โปรแกรมจัดการประชุมขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับคนได้ 1,000 คน ในครั้งเดียว

Microsoft Team – โปรแกรมประชุมทีใช้กันอย่างแพร่หลาย

Google Meet – โปรแกรมประชุมที่ใช้ฟรี เพียงมี Gmail ของ Google

4.โปรแกรมช่วยในการลงเวลางาน

Digital work – แอปพลิเคชันสนับสนุนการทำงานแบบ Work from everywhere ที่พนักงานสามารถ Check in/ Check out พร้อมทั้งการ Send location ตำแหน่งหน้างานได้แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังสามารถ Add Note เพิ่มรายงานการทำงานทั้งข้อความและรูปภาพงานในแต่ละวัน เพื่อรายงานความคืบหน้าหรือส่งงานให้กับหัวหน้างาน หรือฝ่ายบุคคล ในการประเมินผล และดูแลจัดการทีมทำงานนอกสถานที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังสามารถดูประวัติการเดินทางย้อนหลังได้อีกด้วย

Digital work

5.โปรแกรมช่วยในกิจกรรม Work Life Balance

Smart Health by NOSTRA – เครื่องมือจัดกิจกรรม ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อและรวบรวมข้อมูลสุขภาพจาก Health Tracking Platform ต่างๆ ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว Smart Health แอปพลิเคชัน ไปเชื่อมต่อกับข้อมูลด้านสุขภาพของพนักงานจาก Activity Tracker เข้ากับฐานข้อมูลขององค์กรที่มีอยู่เดิม และสร้าง Dashboard ให้พนักงานได้ติดตามผลการแข่งขันได้แบบเรียลไทม์ ในขณะที่ทีมงาน HR ก็สามารถดูข้อมูลภาพรวม และนำส่งรายงานการมีส่วนร่วมของพนักงานทั้งหมดผ่าน Web Portal ให้กับผู้บริหารได้ สร้างการมีส่วนร่วมให้กับพนักงาน ในช่วงที่พนักงานทำงานกันอยู่ที่บ้าน สนับสนุนให้พนักงานมีการทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทีมงาน และยังช่วยสร้าง Engagement ให้กับองค์กรอีกช่องทางหนึ่งด้วย

Smart health

บริษัทฯ ที่สนใจอยากนำแอปพลิเคชัน Digital Work และแพลตฟอร์ม Smart Health by NOSTRA ไปเป็นผู้ช่วยในการทำงาน และสร้าง Engagement ภายในองค์กร

สามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับได้ที่

Digital Work by NOSTRA : https://www.nostramap.com/dwork/
Smart Health by NOSTRA : https://www.nostramap.com/smarthealth/

ขอบคุณข้อมูลประกอบบทความเพิ่มเติมจาก

NOSTRA MAP พวกเราเชื่อในความชัดเจนและการเปิดเผยเกี่ยวกับวิธีการที่เราเก็บรวบรวมและใช้งานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณเมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ของเรา เรามีการบันทึกข้อมูลในรูปแบบคุกกี้ เพื่อการพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณให้ดียิ่งขึ้น